วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10 วันพุธที่ 29 มีนาคม 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

 


ความรู้ที่ได้รับ 
The knowledge gained
  • นำเสนอคำคม
  • 1. นางสาวชนากานต์  พงษ์สิทธิศักดิ์

     
     
    2. นางสาวรัตนาภรณ์  คงกะพัน เลขที่ 21


       การจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย  


    จุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาปฐมวัย คือ การพัฒนาเด็กในทุกๆด้าน

    แนวคิดในการจัดสถานศึกษาพัฒนาเด็กปฐมวัย
    ความสำคัญ
    การปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยม และบุคลิกภาพ รวมทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กจะทำได้ดีที่สุดในช่วงนี้ ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิต
     
     
    assessment (ประเมิน)

    Classroom Evaluation
    ห้องเรียนสะอาด เย็นสบายจนเกินไป  มีความเป็นระเบียบ

    Self Evaluation
    เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย

    Evaluation for classmated
    เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มาเรียนตรงตามเวลา 

    Evaluating teacher
    อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
     
     
     
     
     
     
     
     
     



    วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 วันพุธที่ 22 มีนาคม 2560

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 

    ความรู้ที่ได้รับ The knowledge gained

    นำเสนอคำคม
    1. นางสาววัชรี  วงศ์สะอาด

    "ทุกคนเป็นอัจฉริยะ 
    แต่ถ้าคุณตัดสินปลา
    โดยความสามารถ
     ในการปืนต้นไม้
    ทั้งชีวิตมันจะคิดว่ามันโง่"



    2.นางสาวยุภา  ธรรมโครต

    อย่าพึ่งคิดบริหารธุระกิจ
    ถ้าแค่...
    "บริหารชีวิต"
    ยังไม่เป็น



    • นำเสนอบทบาทการเป็นผู้บริหาร

















    Apply:  

    • ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการปฏิบัติตัวการพัฒนาบุคคลิกภาพเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการเป็นผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ

      assessment (ประเมิน)

      Classroom Evaluation
      ห้องเรียนสะอาด เย็นสบายจนเกินไป  มีความเป็นระเบียบ

      Self Evaluation
      มาเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ จดบันทึกขณะเรียน

      Evaluation for classmated
      มาเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ เพื่อนในห้องเรียนให้ความสนใจในการเรียน จดบันทึกขณะสอน

      Evaluating teacher
      อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายเหมาะสมการสอนเพาเวอพ้อยส์น่าสนใจ เข้าใจง่าย การเรียนสนุกน่าสนใจ มีเทคนิคในการจำ

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 8 วันพุธที่ 15 มีนาคม 2560


    บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

    (ไม่มาเรียน คัดลอกมาจาก นส. กมลรัตน์ มาลัย)


    ความรู้ที่ได้รับ The knowledge gained


      • เทคนิคการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหาร



      ความหมายของบุคลิกภาพ
                      บุคลิกภาพภายนอก สามารถสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยการฝึกเลียนแบบ และสามารถวัดผลได้ทันที บุคลิกภาพภายนอกที่สำคัญที่สุด คือ บุคลิกภาพทางกายและวาจา 
      บุคลิกภาพภายใน  บุคลิกภาพที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เป็นส่วนที่สัมผัสได้ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาในการสัมผัส


      สาเหตุที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ
       คือความท้อถอย
      บุคลิกภาพที่ไม่สร้างสรรค์และอยู่ภายในตัวตนแล้วทำให้ความเป็นคนๆ นั้นไม่สมบูรณ์ ได้แก่ความท้อถอยแม้ว่าเป็นประโยคสั้นๆ แต่ถ้าอาการนี้ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว อาการนี้จะเข้ามาทำลายความสมดุลในตัวเรา เข้ามาแทรกในความรู้สึกนึกคิดทำให้พลังและศักยภาพของเราลดน้อยลงกว่าครึ่ง ในเรื่องความท้อถอยมักเกิดขึ้นกับบุคคลที่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลในช่วงอายุอื่นจะไม่มีความท้อ บางท่านอาจเกิดอาการท้อเป็นช่วงๆ บางท่านโชคดีไม่รู้จักความท้อ

      ความท้อถอยสามารถสังเกตได้จากอาการ 3 ลักษณะ คือ
      1. ลักษณะของความท้อถอยทางด้านอารมณ์ หรือ ความอ่อนล้าทางอารมณ์ ได้แก่ความรู้สึกเบื่อหน่าย ความอ่อนล้า หมดเรี่ยวหมดแรง เกิดความเครียด ความคับข้องใจ ไม่สบอารมณ์
      2. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น ได้แก่ ลักษณะของบุคคลที่ไม่สนใจในพฤติกรรมของใครๆ ไม่ยินดียินร้าย ใครจะทักก็ช่าง ใครไม่ทักก็ช่าง ไม่ใส่ใจพฤติกรรมของคนอื่น มีเจตคติและแนวคิดที่ไม่ดีต่อคนอื่น มองคนอื่นในแง่ร้าย
      3. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากการไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานของคนบางท่านอาจจะรู้สึกเองว่าตนเองไร้ความสามารถ การทำงานล้มเหลว งานไม่สมกับที่ตั้งใจไว้ บุคคลกลุ่มนี้จะมองคุณค่าของตนเองต่ำ


      แนวทางและวิธีการในการแก้ไขอาการท้อถอย
      1. ทุกสิ่งทุกอย่างต้องแก้ไขที่ตัวเราเองเท่านั้น
      2. อย่าเป็นคนตั้งความหวัง ความปรารถนาที่สูงสุดเอื้อม
      3. สร้างเจคติเรื่องงานใหม่ให้ท่านคิดว่า
      “งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุขทำงานให้สนุกเป็นสุขเมื่อทำงาน”
      4. มองหาจุดมุ่งหมายในชีวิตใหม่
      ครูกับการพัฒนาตน
      . ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ลักษณะคือ
      1. การพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้แก่
      - การพัฒนาในด้านความรู้
      - การพัฒนาในด้านเทคโนโลยี
      - การพัฒนาในด้านคุณลักษณะกับเจตคติ
      2. การพัฒนาตนในด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
      - การรู้จักตนเองและการเข้าใจตนเอง
      - การสำรวจตนเอง
      - การปรบปรุงตนเองในด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก – ภายใน การพัฒนาลักษณะนิสัยที่ดี การพัฒนามนุษยสัมพันธ์ การพัฒนาการเรียนรู้

      หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ

      การยืน เดิน นั่งเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถคือการเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม   การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ
      การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ การปฏิบัติตนในงานเลี้ยงต่างๆการไปเยี่ยมคนป่วยการมอบดอกไม้แสดงความยินดีหรือให้ผู้อาวุโส เป็นต้น   บางครั้งเราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจเกิดอะไรขึ้นกับเราได้ทุกวินาทีนั้น เราต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะที่พร้อม คือไม่ตกใจ ดีใจ เสียใจ กลัว เกินกว่าเหตุ สามารถควบคุมท่าทางของตนเองได้เป็นอย่างดี
      การพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิด
      ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดในด้านดี
      ไม่มองคนในแง่ร้ายจิตใจก็เป็นสุข ไม่มีความกังวล ดังนั้นจึงควรพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิดดังนี้
       1.  มีความเชื่อมั่นในตนเองในการกระทำในสิ่งต่าง ๆ
        2.  มีความซื่อสัตย์ กระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือเรา แล้วความไว้วางใจจะตามมา มีเรื่องสำคัญเขาก็จะให้เราทำ
       3.  มีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้เหมาะสมกับผู้ที่มอบหมายไว้วางใจให้เราทำ
       4.  มีความกระตือรือร้น ที่อยากจะทำ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
       5.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักปรับปรุงงานอยู่เสมอ
       6.  มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีความห่วงใยจะต้องทำให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา   7.  มีความรอบรู้                  
       8.  ห่วงตัวเอง เติมชีวิตให้กับตัวเอง
       9.  มีความจำแม่น              
      10.   วางตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ



      Apply:  
      • ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการปฏิบัติตัวการพัฒนาบุคคลิกภาพเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการเป็นผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 7 วันพุธที่ 8 มีนาคม 2560

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

    ความรู้ที่ได้รับ The knowledge gained

    นำเสนอคำคม
    1. นางสาวปัณฑิตา คล้ายสิงห์



    2. นางสาวชนากานต์ แสนสุข


    3. นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว

    4. นางสาวศุทธินี โนนริบูรณ์
    5. นางสาวสุจิตรา มาวงษ์

    • นำเสนอวิจัยที่เกี่ยวข้องการบริหาร  (งานกลุ่ม )
    กลุ่มที่ 1  วิจัยเรื่อง  ความเป็นผู้บริหารมือชีพของมหาบัณฑิต 


    สาขาวิชาการบริหารสถานศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

     ผู้วิจัย    อัญชลี พิมพ์พจน์   ปีการศึกษา   2553



    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
    1. เพื่อศึกษาความเป็นผู้บริหารมืออาชีพของมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใน 9 ด้าน คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ด้านการบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน  ด้านการบริหารกิจการนักเรียน ด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิจัยทางการศึกษา  ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ตามความคิดเห็นของมหาบัณฑิตและผู้ร่วมงานขิงมหาบัณฑิต
    2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของมหาบัณฑิตและผู้ร่วมงานของมหาบัณฑิตในความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ ของมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา   มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำแนกตามสถานภาพ หน่วยงานที่สังกัดและปีที่สำเร็จการศึกษา

    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
    1.  มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์การใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารการศึกษา
    อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม และระบบ
    คุณค่าแห่งสังคมไทยโดยรวม ท้องถิ่นและชุมชน
    2.  เป็นนักบริหารมืออาชีพที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก้าวทันมิติแห่งการเปลี่ยนแปลง
    3.  มีความรู้ความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อประโยชน์ต่อการบริหาร
    การศึกษาให้บรรลุผล และมีความรู้ความสามารถในการศึกษาค้นคว้า สามารถนําเอา
    ทฤษฎีหรือผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการบริหารการศึกษา
    4.  มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทํางาน
    5.  มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ และมีคุณธรรมจริยธรรม

    กลุ่มที่ 2  วิจัยเรื่่อง การศึกษาสมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ

    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 


    1. เพื่อศึกษาสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ ในด้านการจัดการการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร การนิเทศ และการส่งเสริมการวิจัย
    2. เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ ในด้านการจัดการการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร การนิเทศ และการส่งเสริมการวิจัยจำแนกตามตัวแปรประสบการณ์สอนและขนาดของโรงเรียน
    3. เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ

    สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย

    สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูปฐมวัยโดยรวมครูปฐมวัยที่มีประสบการณ์สอนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาหลักสูตรโดยครูที่มีประสบการณ์สอน 5 ปีขึ้นไปมีสมรรถนะการบริหารงานวิชาการมากกว่าครูที่มีประสบการณ์สอนต่ำกว่า 5 ปี การปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดต่างกันมีความคิดเห็นต่อสมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา



    กลุ่มที่ 3 วิจัยเรื่อง การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย    การศึกษาระดับ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต   มหาวิทยาลัยศิลปกร
    ผู้วิจัยนางสาวกัญวัญญ์  ธารีบุญ   ปีการศึกษา 2557



    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 


    1. เพื่อทราบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย
    2. เพื่อทราบประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารศาสตร์ศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย
    3. เพื่อทราบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย

    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ


    1. การบริหารแบบมีส่วนร่วมจะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ
    2. เพื่อให้บุคลากรรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญในหน้าที่ของตน และรู้สึกว่าตนเองมีค่าต่อทีมเสมอ
    3. เกิดการยอมรับ และสร้างความมั่นใจในคุณค่าของการทำงานเป็นทีม และรู้สึกว่าตนเองมีค่าต่อทีมเสมอ และแสดงความสามารถมากขึ้น
    4. ส่งผลให้องค์การมีโอกาสก้าวหน้าในงาน เกิดความรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จ จะช่วยจูงใจให้เกิดการเสียสละ อุทิศตนในงาน
    5. โรงเรียนเอกชนระดับปฐมวัยสามารถนำงานวิจัยชิ้นนี้ไปพัฒนาโรงเรียนของตนเองได้



    Apply:  
    • ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิจัยต่างๆที่เกี่ยวกับการบริหารเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการเป็นผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ
    • assessment (ประเมิน)

      Classroom Evaluation
      ห้องเรียนสะอาด เย็นสบายจนเกินไป  มีความเป็นระเบียบ

      Self Evaluation
      มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนดี  มีสมาธิ มีส่วนน้อยที่มาเรียนสาย 

      Evaluation for classmated
      เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มาเรียนตรงตามเวลา 

      Evaluating teacher
      อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย อธิบายเข้าใจง่าย


    บันทึกการเรียนครั้งที่ 6 วันพุธที่ 1 มีนาคม 2560


    บันทึกการเรียนครั้งที่  6

    ความรู้ที่ได้รับ The knowledge gained


    การวิเคราะห์เชิงปฏิบัติ
     SWOT คือ การวิเคราะห์สำรวจ
    • จุดแข็ง 
       
      ตัวอย่าง
      • งานที่เราถนัด ทำแล้วมีความสุข
      • งานที่โดดเด่น ที่ชุมชนชื่นชอบ
      • อะไรที่ชุมชนมีความต้องการให้เราทำซ้ำอีก
      • ทรัพยากรและเครื่องมือที่เรามีความพร้อม
    • จุดอ่อน
       
      ตัวอย่าง
      • งานที่เราไม่สบายใจที่จะทำ
      • ความต้องการที่จะรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือทักษะบางอย่างที่เรายังไม่มั่นใจ
      • ขาดทรัพยากรในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
    • อุปสรรค
       
      ตัวอย่าง
      • ใครคือคู่แข่งขันที่ทำได้ดีกว่าเรา
    • โอกาส
      ตัวอย่าง
      • โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ
      • มีเครื่องมือใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน
      • มีช่องทางการตลาดที่เรามองเห็น




    • Apply:
    •  ได้รู้จักการวิเคราะห์เชิงปฏิบัติ รู้ว่า SWOT คืออะไรเป็นแบบไหนสามารถนำมาใช้อย่างไร รู้จักตนเองจากการใช้ SWOT การวิเคราะห์การบริหารจัดการตนเอง




    assessment (ประเมิน)

    Classroom Evaluation
    ห้องเรียนสะอาด เย็นสบายจนเกินไป  มีความเป็นระเบียบ

    Self Evaluation
    มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนดี  มีสมาธิ มีส่วนน้อยที่มาเรียนสาย 

    Evaluation for classmated
    เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มาเรียนตรงตามเวลา 

    Evaluating teacher
    อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย อธิบายเข้าใจง่าย

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 5 วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560


    บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

                              
    (ไม่มาเรียน คัดลอกมาจาก นส. กมลรัตน์ มาลัย)
         
    • นำเสนองานกลุ่ม
    กลุ่มที่ 6 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย


    คือ ศูนย์เลี้ยงดูเด็กเล็กให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม 

    และสติปัญญาที่สมบูรณ์






    กลุ่มที่ 7 เรื่อง ศูนย์เด็กเล็ก  

    ความหมายของศูนย์เด็กเล็ก

     สถานที่ดำเนินการรับเลี้ยงเด็กอายุตำ่กว่า 6 ปี จำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป โดยผู้ดำเนินการมิใช่ญาติกับเด็กซึ่งอาจมีคำเรียกแตกต่างกันไป เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนเกณฑ์และ
    สถานรับเลี้ยงเด็กเป็นต้น ความมุ่งหมายของการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่เพื่อเป็นการยกระดับพื้นฐานชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยในศูนย์เด็กเล็กทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี


    กลุ่มที่ 8 เรื่อง ชั้นเตรียมประถม



    โรงเรียนชั้นเตรียมประถม คือ?
               เด็กมีสิทธิ์เริ่มเข้าชั้นเตรียมประถม เมื่อมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ชั้นเตรียมประถม เป็นการศึกษาอีกประเภทหนึ่ง ที่นำกิจกรรมสร้างสรรค์ และการเล่นเพื่อการเรียนรู้มาใช้เป็นส่วนใหญ่


    ชั้นเตรียมประถมมีลักษณะเป็นอย่างไร ?         ชั้นเตรียมประถม เป็นการศึกษาเชื่อมต่อจากชั้นอนุบาลไปสู่การศึกษาภาคบังคับหรือขั้นพื้นฐาน โดยจะผสมผสานรูปแบบการดำเนินงานและวิธีการ ระหว่างโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนขั้นพื้นฐานเข้าด้วยกัน




    Apply:  
    • เป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการเรียนรายวิชาการบริหารสถานศึกษา และทำให้รู้ถึงหลักของการจัดการศึกษาในแต่ละสถานศึกษาที่แตกต่างกันออกไป

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 4 วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

    Knowledge:
    • นำเสนอคำคม

    นางสาวเปมิกา  ชุติมาสวรรค์



    นางสาวกรกช  เดชประเสริฐ



    นางสาวจรีพร เฉลิมจาน



    นางสาวกมลรัตน์  มาลัย



    นางสาวปรางชมพู  บุญชม


    • นำเสนองานกลุ่ม

    กลุ่มที่1  เรื่อง สถานศึกษาประเภท โรงเรียนอนุบาล Kindergerten












    รูปแบบของโรงเรียนอนุบาล






    กลุ่มที่2 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา


    • ศาสนาพุทธ   เช่น   ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง




     ประวัติของศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง

              ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง ก่อตั้งโดย พระครูศรีปริยัติคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เมื่อปีพุทธศักราช 2525 เนื่องในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมแก่เด็กตั้งแต่ปฐมวัย และอนุเคราะห์เด็กในชุมชนรอบวัดศรีบุญเรืองได้มีโอกาสเข้าศึกษาในระดับปฐมวัย



    หลักการของศูนย์
                  ให้การศึกษาพัฒนา เด็กในทุกๆ ด้าน เตรียมความพร้อม เรียนรู้ทักษะ วิชาต่างๆ ด้วยการบูรณาการผสมผสานและการทำกิจกรรมต่างๆ  เด็กจะได้รับการฝึกฝนในการสร้างจิตใจที่ดีงามจนกลายเป็นนิสัยที่ดีต่อไปในอนาคต เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
    • ศาสนาอิสลาม  เช่น   ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ มัสยิดอัลกอบาตีน บ้านคลองเตาะ


    ประโยชน์ที่ได้รับจากการตั้งศูนย์เด็ก
    พัฒนาเด็กอายุ 3 - 4 ปี ให้มีศักยภาพและความพร้อมทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
    -  เตรียมตัวเด็กในการที่จะเข้าศึกษาต่อในระบบโรงเรียน หรือศึกษาภาคบังคับ โดยเน้นความพร้อมในการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันเบื้องต้น
      - ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และเพื่อเป็นสวัสดิการพื้นฐานในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
         - เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ในเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัย
         - บางครั้งเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมชุมชนขั้นพื้นฐาน
    ศาสนาคริสต์  เช่น   


    สถานรับเลี้ยงเด็กรักนิรันดร์เนอสเซอรี่มีภารกิจจัดและส่งเสริมการศึกษาระดับปฐมวัยในปีงบประมาณ 2558 ได้กำหนดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดังนี้
      ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กให้ได้มาตรฐานในการบริหารจัดการตามมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ
    ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
    ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เด็กแห่งชาติ

    กลุ่มที่3 เรื่อง สถานรับเลี้ยงเด็ก Nursery


     เนอร์สเซอรี่ เป็นคำทับศัพท์มาจากคำภาษาอังกฤษว่า NURSERY สามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้หลายแบบ เช่น เนอร์สเซอรี่   เนอสเซอรี่   เนิสเซอรี่  ซึ่งคำว่า NURSERY ในภาษาอังกฤษมีความหมายหนึ่งว่า Baby’s Room (ห้องเลี้ยงเด็ก)   แต่เรานำมาใช้กับ สถานที่รับเลี้ยงดูเด็กเล็กก่อนวัยอนุบาล ซึ่งเราสามารถเรียกว่าเป็น “สถานรับเลี้ยงเด็ก”  โดยส่วนใหญ่จะรับเลี้ยงดูเด็กเล็กอายุแรกเกิดถึง 3 ขวบ แต่บางแห่งอาจรับเฉพาะในระดับ 2-3 ขวบ คือระดับ “เตรียมอนุบาล” และบางแห่งอาจรับดูแล
    เด็กอายุแรกเกิดถึง 6 ขวบ (เตรียมประถม)
    วิธีเลือกเนอร์สเซอรี่
    1.เลือกเนอร์สเซอรี่ใกล้ เดินทางได้สะดวก
    2.สุขอนามัยสะอาดในเนอร์สเซอรี่
    3.ระบบความปลอดภัย
    4.สุขภาพของเด็กในเนอร์สเซอรี่
    5.บุคลากรในเนอร์สเซอรี่
    6.แนวทางการดูแลเด็กในเนอร์สเซอรี่
    7.ค่าใช้จ่ายในเนอร์สเซอรี่
    กลุ่มที่ 4 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน










    สถานที่ ที่บิดา มารดา นำเด็กมาฝากเลี้ยงไว้เฉพาะกลางวัน เป็นศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชน ในวัด หรือ ศูนย์สงเคราะห์เด็กในอาคาร เป็นสถานศึกษาที่ให้การอบรมเลี้ยงดู จัดประสบการณ์และส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ให้เด็กเล็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 – 5 ปี ให้มีความพร้อม ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา

    กลุ่มที่5 เรื่อง ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก
    สถานที่รับเลี้ยงเด็กและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนของรัฐและเอกชน (พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546)

    งานบริการศูนย์
    1.การเลี้ยงดู เตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย และศักยภาพของเด็ก
    2. ตรวจประเมินการเจริญเติบโตรวมทั้งพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
    3. ให้คำแนะนำในด้านสุขภาพการป้องกันโรคการดูแล และแนวทางในการเลี้ยงดูบุตร แก่ บิดา มารดา
    4. ให้คำแนะนำแก่มารดาที่มีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตร การพัฒนาการและสุขภาพเด็ก โดยผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่


    Apply:  
    • เป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการเรียนรายวิชาการบริหารสถานศึกษา และทำให้รู้ถึงหลักของการจัดการศึกษาในแต่ละสถานศึกษาที่แตกต่างกันออกไป


    assessment (ประเมิน)

    Classroom Evaluation
    ห้องเรียนสะอาด มีความเป็นระเบียบ

    Self Evaluation
    มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนดี  มีสมาธิ

    Evaluation for classmated
    เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มาเรียนตรงตามเวลา 

    Evaluating teacher
    อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย อธิบายเข้าใจง่าย